คาดสัปดาห์หน้าบาทเคลื่อนไหว 31.85-32.15 ต่อดอลลาร์
August 13, 2010 Leave a comment
ศูนย์ วิจัยกสิกร ระบุ สัปดาห์ที่ผ่านมาเงินบาทแข็งค่าสูงสุดในรอบ 27 เดือน แรงหนุนจากความแข็งแกร่งของสกุลเงินในภูมิภาค คาดสัปดาห์หน้าเงินบาทเคลื่อนไหวที่ 31.85-32.15 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อ วันที่ 12 ส.ค. บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่าในสัปดาห์นี้ (9-11 ส.ค.) เงินบาทในประเทศแข็งค่าทะลุแนวต้านสำคัญที่ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 27 เดือน โดยได้รับแรงหนุนจากความแข็งแกร่งของสกุลเงินในภูมิภาคเอเชียในช่วงต้น สัปดาห์
ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ถูกกดดันอย่างหนักท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของ สหรัฐฯ ซึ่งถูกตอกย้ำด้วยแถลงการณ์หลังการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ยอมรับว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอลงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ จะยืนที่ระดับต่ำเป็นพิเศษต่อไปอีกระยะหนึ่ง สำหรับในวันพุธ เงินบาทแข็งค่ากว่าระดับ 31.90 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ของผู้ส่งออก ก่อนจะปิดตลาดในประเทศที่ระดับ 31.89 เทียบกับระดับ 32.04 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (6 ส.ค.) โดยทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่าเงินบาทแข็งค่าเร็วเกินไป และพร้อมจะเข้าดูแลตลาดอัตราแลกเปลี่ยนหากจำเป็น
สำหรับสัปดาห์ หน้า (16-20 ส.ค.) นั้น คงจะมีการตัดจ่ายเงินภาษีมูลค่าเพิ่มรายเดือนผ่านระบบธนาคารในช่วงต้น สัปดาห์ ขณะที่ยังไม่มีปัจจัยใหม่ที่คาดว่าจะมีผลต่อสภาพคล่องในตลาดเงิน อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นจึงน่าจะยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับร้อยละ 1.50 อย่างต่อเนื่อง โดยตลาดคงจะจับตาการส่งสัญญาณเกี่ยวกับนโยบายอัตราดอกเบี้ยของทางการ ไทยอย่างใกล้ชิด
ส่วนเงินบาทในประเทศอาจเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 31.85-32.15 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แต่คงต้องจับตาสัญญาณการเข้าดูแลเสถียรภาพค่าเงินของ ธปท. รวมถึงทิศทางของสกุลเงิน/ตลาดหุ้นในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด ขณะที่ทิศทางของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อาจขึ้นอยู่กับตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ สำคัญ อาทิ ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยของสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ ผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก และผลสำรวจแนวโน้มธุรกิจของเฟดสาขาฟิลาเดลเฟียเดือน ส.ค. ดัชนีชี้นำภาวะเศรษฐกิจ ดัชนีราคาผู้ผลิต การผลิตภาคอุตสาหกรรม ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน และการอนุญาตก่อสร้างเดือนกรกฎาคม ข้อมูลเงินทุนไหลเข้าสุทธิเดือนมิถุนายน รวมถึงรายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์.