สิ้นพรก.ฉุกเฉิน ยุบศอฉ. จ่อเลิก3จังหวัด
August 16, 2010 Leave a comment

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
พล.อ.อนุ พงษ์ เผ่าจินดา เผย สมช.เตรียมถกยกเลิก พ.ร.ก.อีก 3 จังหวัด ระบุยุบ ศอฉ. เมื่อเลิกมีการยกเลิก พรก.ฉุกเฉินทั้งหมดแต่เบื้องต้นยังไม่มีแนวคิด เชื่อปัญหาพระวิหารยุติด้วยเจรจา…
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรียกเลิกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินใน 3 จังหวัดว่า การพิจารณามาจากหลายหน่วยงานที่เสนอให้กับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ประเมินผล คิดว่าในสัปดาห์นี้จะได้เสนอเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งฝ่ายที่รวบรวมประเมินผลเป็นหน้าที่ สมช. ซึ่งจะประชุมในช่วงบ่ายวันที่ 16 สิงหาคมนี้ และเห็นว่าจะมียกเลิกเพิ่มเติมอีก 2-3 จังหวัด
ส่วน คิดว่าการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ สามารถสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดมากขึ้นหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ต้องมีส่วนไม่มากก็น้อย เพราะหลายคนเห็นว่ากฎหมายนี้ไปลิดรอนสิทธิเสรีภาพ เมื่อมีคนคิดเช่นนั้นแล้วเรายกเลิกก็ต้องเป็นคุณ แต่การจะเอาคำตอบจากตนคนเดียวว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยคงไม่ใช่ เพราะมีฝ่ายปกครอง ฝ่ายตำรวจ ฝ่ายเจ้าหน้าที่หลายส่วน ต้องฟังความเห็นร่วมกัน ซึ่งการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จะทำให้คนที่อยากให้ยกเลิกสบายใจขึ้น
ส่วนคนที่ออกมาเคลื่อนไหวต้อง ให้ความร่วมมือด้วยหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยอยู่แล้วที่ต้องไปเคลื่อนไหว ซึ่งการเคลื่อนไหวทางการเมือง ทำได้ภายใต้กรอบกฎหมาย ซึ่งการกระทำภายใต้กฎหมายเรายอมรับ และความคิดของทุกคนชาติยอมรับในความเคลื่อนไหวที่บริสุทธิ์ใจและเป็นไปตาม กฎหมาย และไม่สร้างความเดือดร้อนให้ตนอื่นไม่เป็นไร ถือเป็นประชาธิปไตยทางตรง
ขณะที่เห็นควรจะพิจารณายุบ ศอฉ.เมื่อใด พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าถ้ายกเลิกหมดก็คงจบ หรือ ทำงานคั่งค้างให้หมดแล้วคงจบ แต่ยังไม่มีการคุยกัน และ ยังไม่มีใครตั้งประเด็นนี้ขึ้นมา
ด้านการส่ง กอ.รมน.ไปทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่นั้น ตนประเมินจากการรายงานที่ส่งมาพบว่า ประชาชนมีความเข้าใจมากขึ้น ซึ่งเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องเอาข้อเท็จจริงลงไป ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่รัฐไม่ว่าฝ่ายใดไม่มีโอกาสทำอย่างอื่น นอกจากเสนอความจริงให้คนในชาติรับรู้ว่าเป็นอย่างไร ไม่มีโอกาสพูดสิ่งที่ไม่เป็นเรื่องจริง เพราะมีผลโดยตรงในความรับผิดชอบโดยตรงต่อตำแหน่งหน้าที่ ดังนั้นมีโอกาสอย่างเดียวในการเสนอความเป็นจริงชี้แจงว่าอะไรเป็นอะไร ประชาชนมีสิทธิ์รู้ความเป็นจริงซึ่งได้ผล
ส่วนกรณีที่กัมพูชาจะดึงสห ประชาชาติ และประเทศที่สามเข้ามาเกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาบริเวณเขาพระวิหารนั้น พล.อ.อนุพงษ์ ว่า เป็นเรื่องการเมืองระหว่างประเทศตนไม่ขอพูด อย่างไรก็ตาม สภาพในพื้นที่เจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ยังมีการติดต่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ ฝ่ายกัมพูชา และไม่มีท่าทีจะคุกคามซึ่งกันและกัน ไม่มีการเพิ่มเติมกำลัง ทั้งหมดยังอยู่ร่วมกันอย่างเรียบร้อย คิดว่าหนทางที่จะแก้ไข ทุกคนจะต้องยอมรับไม่ว่าใครในโลกนี้ ประเทศไหน ชาติไหน ใช้การเจรจาพูดคุยเพื่อหาทางออก คำตอบคือไม่ใช่ถามกันเพื่อจะให้ไปสู่ความรุนแรง ปล่อยให้เป็นเรื่องการเจรจาไป ตอนนี้รัฐบาลทั้งสองมีการพูดคุยกันในระดับหนึ่ง เพื่อไม่ให้เกิดการเผชิญหน้ากันในพื้นที่ก็พูดคุยกันว่าจะใช้การเจรจาอย่าง ไร ซึ่งจะออกมาทางใดทางหนึ่ง ซึ่งการเจรจาไม่ว่าจะใช้กลไกใดไม่ว่า จีบีซี เจบีซี อาร์บีซี คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร