สุเทพ รับคิดหนักเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินในกรุงเทพฯ
August 17, 2010 Leave a comment
รอง นายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงเผย ศอฉ.พยายามเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 7จังหวัดที่เหลือ ส่วนในกรุงเทพฯยังเกิดเหตุร้าย เตือนเพื่อไทยเลือกให้ชัดเล่นการเมืองในหรือนอกระบบรัฐสภา…
นาย สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 17 ส.ค ถึง การที่นายกรัฐมนตรีลงนามยกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในพื้นที่ จ.เชียงราย เชียงใหม่ และอุบลราชธานีว่า อีก 7 จังหวัดที่เหลือก็พิจารณาอยู่ ศอฉ.พยายามประเมินสถานการณ์ตามสภาพที่เป็นจริง จะสนองตอบต่อนโยบายของนายกรัฐมนตรีได้รวดเร็วแค่ไหนก็จะทำตามนั้น ขณะเดียวกันก็ต้องระมัดระวังเรื่องผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ด้วย
ส่วนที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ออกมาระบุว่านอกเหนือจาก 3 จังหวัดที่เพิ่งยกเลิกไปแล้วยังมีแนวโน้มว่ายังมีอีก 3 จังหวัด ที่จะสามารถประกาศยกเลิกได้อีก นายสุเทพ กล่าวว่า ก็คิดอยู่ตลอดเวลา สำหรับปัญหาของกรุงเทพฯ ที่ถือเป็นศูนย์กลาง ทำไมไม่พิจารณาให้ชัดว่าจะยกเลิกพ.ร.ก.หรือไม่อย่างไร เพราะต่างชาติเองก็ยังมองด้วยความเป็นห่วงว่าทำไมจึงใช้กฎหมายปกติดูแลไม่ ได้นั้น นายสุเทพ กล่าวว่า เมื่อต่างชาติมองก็ต้องเอามาคิด แต่ถ้าเรามองกันเองก็ยิ่งต้องให้ละเอียดลึกซึ้งไปอีก ต้องดูว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการก่อความไม่สงบ ทำให้เกิดปัญหาในกรุงเทพฯ กระทบต่อบ้านเมืองโดยส่วนรวมมาก การที่จะเลิกหรือไม่เลิก พ.ร.ก.ต้องคิดให้รอบคอบเป็นพิเศษ
สำหรับ ข่าวที่ว่าจะคง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในกรุงเทพฯ ไว้จนถึงสิ้นปีนั้น นายสุเทพบอกว่า ไม่ได้คิดว่าจะต้องเป็นเมื่อนั้นเมื่อนี้ แต่เมื่อไหร่ที่มั่นใจว่าสามารถดูแลบ้านเมืองให้สงบเรียบร้อยได้ ก็จะตัดสินใจ
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทันทีที่ยกเลิก พ.ร.ก. อีก 3 จังหวัด พรรคเพื่อไทย ก็จองกฐินจะเดินสายไปที่ จ.เชียงใหม่ เชียงรายและ อุบลราชธานี เพื่อเยียวยาคนเสื้อแดงที่ได้รับผลกระทบนั้น รัฐบาลจะวางแผนป้องกันอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ได้ป้องกัน ไม่มีปัญหาอะไร พรรคเพื่อไทยมีสิทธิที่จะทำกิจกรรมทางการเมืองตราบใดที่ไม่ทำผิดกฎหมาย แต่ถ้าไปปลุกปั่นยุยงให้คนลุกขึ้นก่อการร้าย ก่อเหตุรุนแรงในบ้านเมือง ก็ต้องดำเนินคดีกันตามกฎหมาย ที่จริงคนในพรรคเพื่อไทยหลายคนควรจะกำหนดบทบาทท่าทีของตัวเองให้ชัดเจนว่า พรรคเพื่อไทยจะทำงานการเมืองในระบบรัฐสภาหรือจะทำงานการเมืองนอกสภาฯ ก็ต้องว่ากัน ตนสังเกตดูบางคนพยายามในสภาฯ ไม่สำเร็จก็ออกมาเคลื่อนไหวนอกสภาอีก อย่างนั้นก็รู้สึกว่าจะเอาเปรียบเพื่อนมากไปหน่อย